ทำตัวอย่างไรให้ห่างไกล “โรคซิกา”

ทำตัวอย่างไรให้ห่างไกล “โรคซิกา”

ทำตัวอย่างไรให้ห่างไกลโรคซิกา

“โรคติดเชื้อไวรัสซิกา”

เกิดจาการติดเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับไวรัสไข้เหลือง,ไวรัสเดงกี,ไวรัสเวสต์ไนล์ และไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคอาการที่พบบ่อยที่สุดของการติดเชื้อไวรัสซิกาคือ มีไข้ต่ำๆ และผื่นผิวหนังมักจะมีอาการเยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวร่วมด้วย โดยทั่วไปจะมีอาการใน 2-7 วัน หลังจากถูกยุงที่ติดเชื้อกัด

zikainfosocialmedia

วิธีป้องกันเชื้อไวรัสซิกา

  1. การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง กำจัดลูกน้ำและยุงลายระวังอย่าให้มีน้ำขังในภาชนะบรรจุน้ำกลางแจ้ง
  2. ป้องกันไม่ให้ยุงกัด ด้วยการนอนในมุ้งหรือทายากันยุง รวมถึงติดมุ้งลวดที่หน้าต่างและประตู
  3. หากมีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ อาจมีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ได้ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งอาจทำให้เด็กทารกที่คลอดมามีสมองเล็กหรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ แนะนำให้รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามรับประทานยาแอสไพริน หรือยากลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพราะอาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น
  4. ผู้เดินทางไปประเทศที่เป็นพื้นที่การระบาดของโรคนั้น ขอให้ระวังและป้องกันไม่ให้ยุงกัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ก่อนเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรค ควรปรึกษาแพทย์
  5. ผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด หากมีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อให้รีบไปพบแพทย์

ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคไข้ซิกา ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง จึงสามารถรักษาตัวได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ รักษาตามอาการ เช่น ใช้ยาลดไข้ หรือยาบรรเทาอาการปวด