ออกกำลังกายแบบนี้ สุขภาพดีไม่มีแย่

ออกกำลังกายแบบนี้ สุขภาพดีไม่มีแย่

ออกกำลังกายแบบนี้ สุขภาพดีไม่มีแย่

การมีสุขภาพดี เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา เราจึงเห็นว่าหลายต่อหลายคนต่างหันมาทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง บ้างก็ออกกำลังกาย กินอาหารเสริม ควบคุมอาหาร

แต่ถึงอย่างไรวิธีที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นการออกกำลังกายนั่นเอง แต่ทราบหรือไม่ ศาสตร์และศิลป์ของการออกกำลังกายอย่างได้คุณค่าก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ เริ่มตั้งแต่…

เตรียมความพร้อมของร่างกาย

การเดิน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการออกกำลังกาย  เพราะไม่ทำให้เหนื่อยมาก  และยังช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย นอกจากนี้โอกาสเสี่ยงต่ออาการปวดข้อก็ไม่มากนัก เหมาะสำหรับคนอ้วน หรือผู้ที่เริ่มออกกำลังกาย  ส่วนการวิ่ง เป็นการออกกำลังกายสำหรับผู้ที่เตรียมร่างกายไว้พร้อมแล้ว เพราะหัวใจจะเต้นเร็ว ทำให้เหนื่อย เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการเพิ่มความฟิตของร่างกายให้มากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนออกกำลังกาย

อุ่นให้ร่างกายให้พร้อม ขั้นตอนนี้สำคัญมาก  อาจจะใช้วิธีเดินภายในบ้าน รอบบ้าน หรือเดินบนสายพาน ประมาณ 5 -10 นาที  จะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น หัวใจและหลอดเลือดมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น  เป็นการป้องกันการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้ดีเชียวครับ

ปลอดภัยแน่ถ้าออกกำลังกายแบบนี้

เมื่อคุณมีความพร้อมของร่ายกายจากการออกกำลังกาย จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแล้ว หากต้องการเพิ่มความฟิตร่างกายก็สามารถกระทำได้  โดยการเลือกประเภทกีฬาที่ชอบและสะดวกที่สุด แต่สำหรับผู้ที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน  โรคไขมันในเลือดสูง  หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ  ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการเลือกวิธีการออกกำลังกาย   ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ ไม่ควรหักโหมมากในครั้งแรก ๆ  แต่ควรทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเป็นครั้งคราวแต่หักโหม และไม่ควรกลั้นหายใจหรือสูดลมหายใจอย่างแรง  ควรหายใจเข้าและออกยาว ๆ เพื่อช่วยระบบการหายใจของร่างกาย  และขณะออกกำลังกายคุณยังสามารถสังเกตอาการขณะออกกำลังกายว่าทำมากไปหรือไม่  โดยหัวใจเต้นเร็วมากจนรู้สึกเหนื่อย หายใจเหนื่อยจนพูดไม่เป็นประโยค เหนื่อยจนเป็นลมหากมีอาการดังกล่าว ควรหยุดออกกำลังกายประมาณ 2 วัน  และลดระดับการออกกำลังกายลงในครั้งต่อไป

ออกกำลังกายเสร็จแล้วควรทำอะไร

เมื่อออกกำลังกายแล้ว  อย่าหยุดในทันที เพราะหัวใจยังเต้นเร็วมาก จะปรับตัวให้เต้นช้าลงไม่ทัน  ให้วิ่งช้า ๆ หรือเดินต่อไปสักพักจนกระทั่งชีพจรกลับคืนสู่สภาพใกล้เคียงปกติ  และควรดื่มน้ำให้เพียงพอภายหลังออกกำลังกาย

ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

-   ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี  สามารถไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น  ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ   โรคความดันโลหิตสูง  มีภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น     และป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น  โรคเบาหวาน  โรคอ้วน  โรคข้อเสื่อม  โรคกระดูกพรุน

-   ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก  การทรงตัวดีขึ้น และทำให้การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้น

-   ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

-   ช่วยลดความเครียด ภาวะซึมเศร้า และช่วยให้นอนหลับสบาย

อย่าลืมนะครับ หากคุณต้องการให้ร่างกายแข็งแรงทุกสัดส่วน ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 20 – 30 นาที  สัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้ง  เท่านี้ก็เพียงพอที่จะเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้อารมณ์ดี และยังช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วยครับ

ที่มา : ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์  กุลทนันทน์ ภ.ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล